วิธีการตั้งค่าให้ Firefox, Intetnet Explorer หรือ Google Chrome เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง

ค้นหาข้อมูลไป...ค้นหาข้อมูลมา ไปเจอทริปดี ๆ ที่มันเป็นจุดใต้ตำตอจริง ๆ บางครั้งมีหลาย Browser แต่มันก็ไม่ได้ดังใจเล๊ยยยจริง ๆ ไปเจอข้อมูลของบล็อกนี้ ขอนำมาแชร์หน่อยล่ะกันคร้าา

ปัญหานี้เกิดจากมีคนมาถามผมว่า เวลาเปิดไฟล์ เปิดเว็บ เปิดลิ้งค์ บน MSN หรือจากที่อื่นๆ มันดันไปเปิด Internet Explorer เอง อยากให้เปิดจาก Browser จะทำยังไง
คำตอบคือ ต้องไปตั้งให้ Browser สักตัวบนเครื่องเป้นตัวหลักซะก่อน
เช่น เครื่องผมมี Firefox 5 , Internet Explorer 9, Google Chrome 12 อยากให้ Firefox เป้นตัวหลักจะทำยังไง
เอาเป้นว่า ผมบอกวิธีทั้ง 3 Browser เลยละกัน จะได้ไปตั้งกันบนเครื่อง ตามความชอบว่าอยากให้ตัวไหนเป็น Browser หลักของเครื่อง
อยากให้ Internet Explorer เป็นตัวหลัก
- เปิด IE ไปที่เมนู Tools หรือรูปเฟือง แล้วเลือก Internet Options
วิธีการตั้งค่าให้ Intetnet Explorer  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง
- ไปที่แท๊บ Programs ในส่วนของ Default Web Browser ให้เลือก Make Default
ถ้ามีหน้าต่างให้ยืนยัน ก็กด Yes ได้เลยครับ
วิธีการตั้งค่าให้ Intetnet Explorer  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง
อยากให้ Firefox เป็นตัวหลัก
- ไปที่เมนู Tools >> Options
วิธีการตั้งค่าให้ Firefox  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง
- กดไปที่รูป Advance ทางด้านล่างจะมีปุ่ม Check Now ให้กดเพื่อเช็คว่า Firefox เป้น Browser หลักหรือยัง ถ้ายังก้จะมีหน้าต่างถามให้กด Yes ก็เสร็จแล้วครับ
วิธีการตั้งค่าให้ Firefox  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง
อยากให้ Google Chrome เป็นตัวหลัก
- กดรูปประเแจ(ตามภาพ) เลือก Option
วิธีการตั้งค่าให้ Google Chrome  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง
- ด้านล่างสุด ให้กดปุ่ม “Make Google Chrome my Default Browser” ครับ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว
วิธีการตั้งค่าให้ Google Chrome  เป็น Browser ตัวหลักของเครื่อง

ปรับแต่งง่าย ๆ ไม่หลายขั้นตอน แถมทำงานได้ดังใจจริง ๆ

ที่มาจาก: http://notebook-lookup.blogspot.com/2011/07/firefox-intetnet-explorer-google-chrome.html

ทำกรอบรูปเหมือนกระดาษฉีกหรือรอยเผา

ขั้นตอนที่ 1 เปิดรูปที่ต้องการขึ้นมา

ขั้นตอนที่ 2 คลิก New layer หรือ กด Ctrl+Shift+Alt+N

ขั้นตอนที่ 3 ดับเบิ้ลคลิก Background Layer แล้วกด Ok เพื่อปลดล็อคกุญแจ

ขั้นตอนที่ 4 คลิก Layer 0 แล้วลากไปไว้ข้างบน

ขั้นตอนที่ 5 เลือกเครื่องมือ Lasso Tool (L) แล้วลากตามขอบให้ดูคล้าย ๆ เหมือนรอยไหม้

ขั้นตอนที่ 6 เลือกเมนู Select>Inverse (Shift+Ctrl+I) เพื่อกลับ Selection ให้เลือกขอบแทน

ขั้นตอนที่ 7 กดปุ่ม Delete เพื่อลบส่วนที่เราเลือกไว้
ขั้นตอนที่ 8 เลือกเมนู Select>Inverse (Shift+Ctrl+I) อีกครั้ง เพื่อทำการ Save Selection
ขั้นตอนที่ 9 เลือกเมนู Select>Save Selection แล้วตั้งชื่ออะไรก็ได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 10 เลือกเมนู Select>Transform Selection


ขั้นตอนที่ 11 ลากจากขอบเดิมให้พอเหมาะ เพราะเป็นระยะของรอยไหม้

ขั้นตอนที่ 12 จากนั้นเลือกเมนู Select>Save Selection แล้วตั้งชื่อ อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 13 ยังคงอยู่กันต่อที่เมนู Select > Load selection เลือก ชื่อแรกที่เราได้ตั้งเอาไว้

ขั้นตอนที่ 14 จากนั้นเลือกเมนู Select > Load selection อีกครั้ง คราวนี้เลือกชื่อที่ 2 อย่าลืมติ๊ก Subtract From Selection

ขั้นตอนที่ 15 เลือกเมนู Filter >Brush Strokes > Sumi-e

ขั้นตอนที่ 16 ก็ปรับกันเอง เลยค่ะ ตามลักษณะ ความศิลป์ในหัวใจ
ขั้นตอนที่ 17 ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างที่เห็นกันเนี้ยล่ะค่ะ

9 คุณสมบัติของนักการตลาดที่ดี

ในเดือนพย.ที่ผ่านมา ทางภาควิชาการตลาดได้จัดประชุมระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิชาการประจำภาควิชากับคณาจารย์ของภาคเพื่อระดมสมองเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักสูตร หนึ่งในประเด็นที่มีการเสวนากันก็คือเรื่องคุณสมบัติของนักการตลาดที่ดี ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เช่น คุณสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล-นายกสมาคมการตลาด คุณวิทวัส ชัยปาณี-นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจ คุณสุนันทา ตุลยธัญประธานกลุ่มบริษัท WPPประเทศไทย คุณสุกิจ ตันสกุล CEO ของบริษัท Custom Asia และผู้อาวุโสในวงการตลาดอีกหลายต่อหลายท่านได้ให้มุมมองเกี่ยวกับคุณสมบัติของนักการตลาดที่ดีไว้ โดยผมรวบรวมออกมาได้ 9 ประการดังนี้ครับ
1. ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการทางการตลาด มีมุมมองความคิดที่แตกต่าง จึงจะสามารถคิดและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้ออกมาน่าสนใจและโดดเด่นได้

2. ต้องทำงานเป็นทีมได้ งานด้านการตลาดไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ต้องประสานกับหลายๆ ฝ่าย ทั้งภายในและภายนอกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายการเงิน Supplier ผู้แทนจำหน่าย บริษัทโฆษณา บริษัทวิจัย คนประเภทที่เก่งงานอย่างเดียวแต่ไม่เก่งคน มนุษย์สัมพันธ์ไม่ดี จะเป็นนักการตลาดที่ดียาก

3. ต้องบริหารความขัดแย้งได้ดี ในการทำงานทางการตลาดเป็นงานที่ต้องมีความยืดหยุ่นสูง หลายครั้งมีความท้าทายที่ต้องคิด ต้องทำอะไรใหม่ๆ ที่ผิดจากแนวทางปฏิบัติหรือกฎที่เคยทำๆ กันมาก ประกอบกับคนในสายงานการตลาดแต่ละคนในทีมส่วนใหญ่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูงและยึดติดกับความคิดของตนเอง จนเวทีประชุมเพื่อเสนอความคิดเห็นในบริษัทกลายเป็นเวทีมวยหรือการโต้วาที นักการตลาดที่ดีจึงจะต้องบริหารความขัดแย้งในทีมให้ได้ดีเพื่อให้การถกเถียงระหว่างความคิดเป็นไปอย่างอิสระ เห็นต่างมองต่างแต่จบลงด้วยความเข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อเดินหน้าไปด้วยกันเป็นทีมได้

4. ต้องนำเสนอความคิดเก่ง เป็นนักสื่อสารหรือนักพูดที่ดี ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายเพราะงานด้านการตลาดต้องใช้การสื่อสาร การพูดคุยกับคนทั้งภายในบริษัท ลูกค้าและหน่วยงานภายนอกมาก คนที่คิดเก่งพูดไม่เก่ง อธิบายให้คนฟังเข้าใจไม่ได้ จะเสียเปรียบในการนำเสนอความคิดตนเองให้เป็นที่ยอมรับในองค์กร ทำให้ความคิดดีๆ ไม่ออกมาเป็นผลงาน นักการตลาดที่นำเสนอไม่เก่งจะเสียเปรียบมากครับ ในการทำงาน

5. ต้องเป็นนักเจรจาต่อรองที่ดี งานด้านการตลาดเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจในรูปเม็ดเงินจำนวนมหาศาล การเจรจาต่อรองกับ Supplier กับตัวแทนจำหน่ายกับบริษัทตัวแทนโฆษณากับศูนย์การค้าและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ทางบริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทำให้ผู้เจรจารู้สึกว่าตนโดนเอาเปรียบ เสียหน้า เสียผลประโยชน์ จะช่วยกันสร้างพันธมิตรในระยะยาวให้องค์กร นักการตลาดที่ดีจึงต้องเป็นนักเจรจาต่อรองทางธุรกิจที่ดี โดยมองประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ใช่แค่เป็นนักต่อราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว

6. ต้องเป็นนักกลยุทธ์หรือที่เรียกกันว่า Strategies รู้จักการวางยุทธศาสตร์ทางการตลาด ซึ่งคุณสุกิจ ตันสกุล CEO ของบริษัท Custom Asia ขยายความว่า “เหมือนกันการเล่นหมากล้อม คนที่เล่นเก่งจะไม่คิดแค่เดินหมากเป็นตาๆ แต่จะวางกลยุทธ์การเล่นไว้ล่วงหน้าหลายๆ ตา”

นักการตลาดไม่ใช่นักขาย ที่เน้นแต่ยอดขายของวันนี้ ปีนี้ แต่ต้องวางกลยุทธ์ยาวๆ มี Business Model ที่ชัดเจนเพื่อให้แข่งขันได้อย่างมีความได้เปรียบในระยะยาว

7. ต้องเป็นนักปฏิบัติที่ดีหรือเป็น Implementator นักการตลาดที่ดีไม่ควรวางแผนกลยุทธ์อยู่แต่ในห้องแอร์ แต่ต้องลงมาเดินดิน สำรวจตลาด ลงมือปฏิบัติหรือลงมาดูว่า ฝ่ายปฏิบัติการที่ดีต้องพบกับลูกค้าจริงๆ เขาเจออะไรบ้าง แผนที่เราวางไว้เวลาลงมือปฏิบัติจริงๆ มีปัญหาอะไรบ้าง

ปัจจุบันเราจะเห็น CEO หลายคนลงมาสัมผัสงานภาคสนามเพื่อให้เข้าใจการรบภาคสนามโดยตรงอย่างคุณตัน โออิชิ หรือคุณซิคเว่ แห่ง ดีแทค

8. ต้องทันสมัยอยู่เสมอโดยต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลกให้ได้ทันเพราะวันนี้สภาพแวดล้อมทางการตลาดเปลี่ยนเร็วมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้บริโภค การเปลี่ยนจาก Local เป็น Global ปัจจัยที่มีผลให้ตลาดเปลี่ยนมาจากความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกประเทศมากกว่าในประเทศ

นักการตลาดที่ดีต้องพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ อ่านเยอะ ฟังเยอะ กลับเข้าห้องเรียน เข้าร่วมสัมมนาเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อเรียนรู้แล้วต้องนำมาปรับใช้กับองค์กรของตนได้อย่างรวดเร็วด้วย

9. ต้องมีจรรยาบรรณ มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ รับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้เกี่ยวข้อง ยุคนี้เป็นยุคที่บริษัทเน้นระบบธรรมาภิบาล มีสื่อมวลชนและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำการตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง ลูกค้าพร้อมจะลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง นักการตลาดที่ขาดจรรยาบรรณจะเป็นที่รับรู้กันในสงการไม่ช้าก็เร็ว ชื่อเสียงเมื่อเสียไปแล้วกู้คืนได้ยาก การตัดสินใจของนักการตลาดวันนี้ต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณและหลักธรรมภิบาลให้มาก

ถ้าจะยกใครสักคนเป็นตัวอย่างของนักการตลาดที่ดีโดยดูจากคุณสมบัติ 9 ประการข้างต้น ผมขอบกคุณมีชัย วีระไวทยะ ขึ้นมาเป็นนักการตลาดต้นแบบ

คนทั่วไปอาจไม่ค่อยนึกภาพคุณมีชัย ในฐานะนักการตลาดแต่จะมองท่านเป็นนักบริหาร เป็น NGO หรือนายธนาคารแต่ถ้าพิจารณาประวัติผลงานของท่าน โดยเฉาะอย่างยิ่งโครงการเพื่อสังคมที่ท่านริเริ่มต้องถือได้ว่าเป็น Marketing Campaign ระดับชาติ

ผลงานชิ้นโบว์แดงที่เป็นที่รู้จักกันดี เห็นจะเป็นโครงการรณรงค์วางแผนครอบครัวเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ส่งเสริมให้คนไทยมีลูกน้อยลง ด้วยสโลแกนที่เข้าใจง่ายๆ อย่าง “มีลูก 1 คนจนไป 7 ปี” “มีลูกมากจะยากจน” โดยเปิดบริการทำหมันฟรี รณรงค์ให้คนใช้ถุงยางอนามัยเพื่อการคุมกำเนิน จนชื่อเสียงของท่านกลายมาเป็นชื่อสามัญ (Generic Name) ของสินค้าประเภทนี้ ในชื่อ “ถุงมีชัย”

เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ท่านก็เป็นผู้นำในการรณรงค์ให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งมีผลมาถึงปัจจุบันที่ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ลดลงและคนส่วนส่วนใหญ่เข้าใจโรคนี้ดีขึ้น

คุณสุนันทา ตุลยธัญ ประธานกลุ่มบริษัท WPPประเทศไทย เล่าให้ผมฟังว่า เคยเข้าไปช่วยคุณมีชัย วางแผนสื่อเพื่อรณรงค์เรื่องโรคเอดส์ ในช่วงที่เธอทำงานอยู่ที่โอกิลวี่ คุณมีชัยวางยุทธศาสตร์ของการสื่อสารได้เก่งมาก โดยปีแรกวาง Key Message ไว้ให้คนไทยกลัวโรคเอดส์ โดยสื่อสารออกไปว่า “เอดส์เป็นแล้วไม่หาย ตายสถานเดียว” จนคนกลัวและตื่นตัวเกี่ยวกับโรคนี้ ผู้บริหารในหน่วยงานภาครัฐด้านสาธารณสุขช่วงนั้นเคยออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าคุณมีชัยปลุกกระแสทำให้คนกลัวเกินเหตุ จนสังคมวุ่นวาย แต่คุณมีชัยเองมองว่าถ้าคนไม่กลัวก็จะไม่ตื่นตัว ไม่สนใจหาข้อมูลเรื่องเอดส์

ในปีที่สอง คุณมีชัยรุกต่อด้วยการให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ว่าติดต่อได้ทางใดบ้าง จะป้องกันได้อย่างไร โดยใช้ถุงยางมีชัยเป็นเครื่องมือสำหรับในการป้องกันเอดส์ เมื่อคนกลัวก็จะสนใจหาข้อมูล มีการอบรมหญิงบริการถึงวิธีการป้องกันโรค จนคนทั่วไปรู้จักและเข้าใจโรคนี้มากขึ้น

ในปีที่ 3 ท่านวางกลยุทธ์ของการสื่อสารใหม่เป็นการให้ความรู้ว่าจะอยู่กับคนที่เป็นโรคเอดส์ ที่อยู่รวมกันในสังคมหรือในครอบครัวอย่างไร โดยบอกว่าโรคนี้ไม่ติดต่อง่ายๆ คนเป็นเอดส์ถ้ารู้จักดูแลดีๆ ก็อยู่ร่วมกับคนปกติได้เพื่อไม่ให้คนที่เป็นเอดส์ปดตัวเองเพราะเกรงว่าสังคมจะรังเกียจ ด้วยการทำตัวเหมือนคนปกติ จนนำมาสู่การแพร่โรคออกไป

จากประวัติและผลงานของคุณมีชัย วีระไวทยะ ท่านมีคุณสมบัติของนักการตลาดที่ดีทั้ง 9 ประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม บริหารความขัดแย้งได้ดี เสนอขายความคิดของตนได้เก่งจนได้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งในและนอกประเทศมาทำโครงการต่างๆ เป็นนักเจรจาต่อรองที่เก่ง เป็นนักวางกลยุทธ์ที่ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ทำตัวให้ทันสมัยอยู่เสมอและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางถึงการทำงาน โดยมีหลักธรรมาภิบาลของท่าน ซึ่งในปี 2550 ที่ผ่านมา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ด้านบริหารธุรกิจให้กับท่าน ผมจึงเป็นว่า ท่านน่าจะเป็นตัวอย่างและเป็นตัวแบบของนักการตลาดที่ดีได้อย่างไม่มีข้อสงสัยครับ

ได้อ่านแล้วรู้สึกว่า วิธีการเขียน และการเล่าเรื่องทำให้น่าติดตามจริง ๆ เป็นเนื้อหาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระ  จนไม่รู้ว่าจะตัดส่วนใดทิ้งดี  เลยเอามาทั้งบทความเลยดีกว่า อันที่จริงแล้ว khonoffice ก็อยากเป็นนักการตลาดที่ดี แต่ยังต้องพัฒนาในอีกหลาย ๆ ด้านค่ะ

ที่มา:
http://www.marketeer.co.th/inside_detail_new.php?inside_id=50http://www.marketeer.co.th/inside_detail_new.php?inside_id=50

NopCommerce คืออะไร

วันนี้ Khonoffice มาแนะนำ CMS ที่ช่วยด้านการสร้างร้านค้าออนไลน์กันนน
NopCommerce เป็น CMS ที่เขียนขึ้นโดยใช้ ASP.Net ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจออนไลน์ เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมไอที, การแก้ปัญหาต่างๆ,การร้านค้าและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราสามารถทำให้คุณรู้สึกแตกต่างกับการทำงานกับ nopCommerce

คุณสมบัติหลักของซอฟต์แวร์นี้คือ ง่ายในการจัดการและค่อนข้างใช้งานง่าย นี่คือเหตุผลว่าทำไม nopCommerce ถึงได้เข้ามามีศักยภาพในตลาดได้เร็วหลังจากที่ถูกเปิดตัว ใน nopCommerce ได้เขียนอย่างสมบูรณ์ใน ASP.Net 4.0 และนักพัฒนา nopCommerce มีระบบแบกเอน และฐานข้อมูล SQL Server 2005 ซึ่งวันนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพมากการจัดการฐานข้อมูล

nopCommerce ให้การทำงานคล้ายหน้าแคตตาล็อกและง่ายต่อการทำงานร่วมระบบหลังบ้านของผู้ดูแลที่ช่วยให้ผู้ใช้เปิดธุรกิจออนไลน์ได้ทันที แม้ว่าซอฟต์แวร์ที่มีการพัฒนาด้วย ASP.Net นั้น ผู้พัฒนาได้บริหารจัดการซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว nopCommerce ยังมีการทำงานที่ค่อนข้างง่าย คุณสมบัติต่างๆที่ได้ทำ nopCommerce ได้แจ้งเกิดในหมู่ผู้ใช้คือการแจ้งเตือนผ่านทาง Live Chat, สกุลเงินและการสนับสนุนหลายภาษา ขั้นตอนการเช็คเอาต์หน้ารวดเร็ว และรายละเอียดการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่มีการทำแผนที่เหมาะสมและอื่น ๆ อีกมากมาย

nopCommerceได้รับการสนับสนุนจากชุมชนผู้ใช้ที่เติบโตเร็วที่สุดที่มีเพิ่มขึ้นทางเทคนิคเช่นเดียวกับด้านการให้ข้อมูลของการแก้ปัญหา นี้ยังสนับสนุนเกตเวย์นิยมต่างๆ เป็นเพียงไม่กี่โอเพ่นซอร์สที่ได้รับการสนับสนุน Search Engine ซอฟต์แวร์นี้สามารถดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ตฟรีและติดตั้งได้อย่างง่ายดายเข้าสู่ระบบ วิธีการแก้ปัญหาสามารถทำงานร่วมกับระบบต่างๆ เป็นต่อแนวโน้มต่อเนื่องในการแก้ปัญหา e – commerce ฟรี และเป็นที่ชื่นชอบโดยส่วนใหญ่ของผู้ที่มีธุรกิจออนไลน์และสามารถทำงานร่วมกับระบบมากที่สุด แต่จุดสำคัญอยู่ใน nopCommerce เป็นที่ถูกเขียนใน Asp.Net คุณลักษณะด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้น คุณสมบัติหลักที่มีความสำคัญมากก็คือระบบอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับราคาเรียลไทม์ นี้ได้มีส่วนช่วยอย่างมากที่ผู้ซื้อทั่วโลกที่ร้านค้าได้อย่างอิสระโดยไม่คำนึงถึงสถานที่ตั้งปัจจุบัน
อ่านแล้วก็อย่าเพิ่ง งง กันไปก่อนน่ะค่ะ เพราะว่า Khonoffice ก็แปลมาจากบทความภาษาอังกฤษอีกที (เหมือนเก่งภาษามากแฮะ...) ใครมีอะไรดี ๆ ก็มาแนะนำให้บ้างน่ะค่ะv

มาดูกันว่าหน้าตา Windows 8 จะเป็นอย่างไร




หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว Windows 8 เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาไปแล้วในงาน "Build Windows" เมื่อประมาณกันยายน 2554 ล่าสุดทางไมโครซอฟท์ก็พร้อมเปิดให้บรรดาผู้พัฒนาซอฟท์แวร์และผู้สนใจได้ดาวน์โหลด Windows 8 เวอร์ชัน Developer Preview ไปทดลองใช้งานแบบฟรีๆ ผ่านหน้าเว็บ msdn.microsoft.com พร้อมชูจุดเด่นในเรื่อง UI ที่ทางไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นเองในชื่อ "Metro" (แบบเดียวกับ Windows Phone 7) และการรองรับระบบมัลติทัชเพื่อแท็บเล็ตอย่างเต็มรูปแบบ

ซึ่งในวันนี้ทีมงานผู้จัดการไซเบอร์จะมาทำการทดสอบประสิทธิภาพและเจาะลึกรายละเอียดของ Windows 8 Developer Preview แบบถึงพริกถึงขิง 2 ตอนเต็มๆ ด้วยกัน แต่ทั้งนี้ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก (ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพโดยรวม) ทางทีมงานจะขอสรุป Keynote รายละเอียดสำคัญของ Windows 8 กันอีกครั้ง

รายละเอียดคร่าวๆ ของ Windows 8 จากงาน "Build Windows"

- Windows 8 จะสามารถใช้แอปพลิเคชันที่รองรับ Windows 7 ได้ทุกตัว
- Windows 8 จะมีมุมมอง 2 รูปแบบคือ Metro Style และ Desktop View
- Windows 8 สามารถใช้งานบนแท็บเล็ตที่ใช้ชิป ARM / PC / Netbook / Notebook ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสหรือใชัผ่านเมาส์และคีย์บอร์ดแบบเก่าได้
- Windows 8 สามารถทำงานบน Intel ATOM รุ่นแรกที่มีแรม 1GB ได้อย่างราบลื่น
- Windows 8 รองรับฮาร์ดไดร์ฟที่ความจุสูงสุด 256TB
- Windows 8 มีระบบ Multi tasking ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นและจัดสรรหน่วยความจำได้ดีขึ้น
- Windows 8 จะมีไดร์วเวอร์ในตัวที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถนำอุปกรณ์ภายนอกมาใช้งานแบบ Plug and Play ได้ทันที
- Windows 8 ตัวเต็ม (2012) จะมาพร้อม "Windows Store" และ "Live"
**Windows 8 รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบตั้งแต่ตัว Developer Preview เป็นต้นไป**

สเปกขั้นต่ำสำหรับใช้งาน Windows 8 Developer Preview

1 gigahertz (GHz) or faster 32-bit (x86) or 64-bit (x64) processor
1 gigabyte (GB) RAM (32-bit) or 2 GB RAM (64-bit)
16 GB available hard disk space (32-bit) or 20 GB (64-bit)
DirectX 9 graphics device with WDDM 1.0 or higher driver
Taking advantage of touch input requires a screen that supports multi-touch

เริ่มติดตั้ง Windows 8 Developer Preview


มาที่ส่วนแรก สำหรับการติดตั้ง Windows 8 Developer Preview ยังคงคล้ายกับ Windows 7 ก่อนหน้า ซึ่งการติดตั้งสามารถทำได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิกจากนั้นก็รอจนระบบติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็จะเข้าสู่หน้าการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ที่อาจมีความแตกต่างจาก Windows 7 เล็กน้อย

กล่าวคือในส่วนของการตั้งค่าพื้นฐานนับตั้งแต่ Personalize ถ้าสังเกตจะพบว่าใน Windows 8 Developer Preview ทางระบบจะบังคับในเราต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ที่ประกอบด้วย Username กับ Password (สามารถใช้บัญชี Windows Live ล็อกอินได้โดยที่ไม่ต้องสมัครบัญชีใหม่) คล้ายกับ Google Account บนแอนดรอยด์โฟนหรือแท็บเล็ต โดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวได้เหมือนกับ Windows รุ่นก่อนหน้า ซึ่งตรงจุดนี้คาดว่าการที่ระบบบังคับในเราต้องมีบัญชีของไมโครซอฟท์เองก็เพื่อจะได้ใช้ร่วมกับ Windows Store หรือบริการ Cloud Service อื่นๆ ของไมโครซอฟท์เมื่อ Windows 8 ตัวเต็มออกวางจำหน่าย

Metro UI & Desktop UI



Metro UI




Desktop UI


หลังจากการตั้งค่าพื้นฐานและบัญชีผู้ใช้ต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะเข้าสู่หน้า Metro UI พร้อมอนิเมชันสวยงามสไตล์ Windows Phone ที่ผู้ใช้ Windows หลายท่านอาจไม่คุ้นเคยนัก

โดยในหน้า Metro UI ทางไมโครซอฟท์ได้ใส่แอปพลิเคชันตัวใหม่หลากหลายตัวมาให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานกันแบบเต็มๆ โดยการทำงานของ Metro UI หลักๆ แล้วจะมาทำหน้าที่แทนการกดปุ่ม Start ของวินโดว์รุ่นก่อนหน้า ที่จากเดิมจะเป็นแค่รายชื่อซอฟท์แวร์ให้เราเลือกใช้ แต่ใน Metro UI แอปฯ หรือซอฟท์แวร์ที่รองรับกับ Windows 8 จะสามารถแสดงผลแบบ Realtime ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเรียกใช้งานแอปฯ บอกสภาพอากาศครั้งแรกและตั้งค่าเมืองที่เราอาศัยอยู่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเมื่อเรากดปุ่มออกจากแอปฯ ดังกล่าว ไอคอนแอปฯ บอกสภาพอากาศจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นรายการข้อมูลสภาพอากาศแบบ Realtime (ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต) โดยไอคอนแอปฯ บอกสภาพอากาศจะมีการอัปเดตและเปลี่ยนข้อมูลให้ผู้ใช้เห็น เปรียบเหมือนกับ Widget อัปเดตสภาพอากาศในหน้าโฮมของแอนดรอยด์โฟนหรือแท็บเล็ต

นอกจากนั้นการใช้งานแอปฯ บน Metro UI ใน Windows 8 Developer Preview ยังสามารถทำ Multitasking ได้ เพียงแค่ผู้ใช้เปิดแอปฯ ขึ้นมาหนึ่งแอปฯ และเมื่อผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนไปใช้แอปฯ อื่น ก็เพียงกดปุ่ม Windows ที่คียบอร์ดหนึ่งครั้ง หรือนำพอยเตอร์เมาส์ไปชี้ที่ด้านซ้ายของจอและกดเมาส์ซ้ายหนึ่งครั้ง ระบบจะทำการสวิตซ์แอปฯ โดยที่แอปฯ ตัวที่ถูกเปลี่ยนยังคงทำงานเป็น Background อยู่

อีกทั้งใน Metro UI ยังสามารถจัดกลุ่มแอปฯ ใหม่ หรือใส่ซอฟท์แวร์จาก Windows 7 ลงไปได้ และการเข้าสู่ส่วนของแถบตั้งค่าแอปฯ ใน Metro UI ส่วนใหญ่จะใช้การคลิกเมาส์ขวาหนึ่งครั้งเป็นหลัก ส่วนการเลื่อนหน้า (แนวขวาง) ก็เพียงเลื่อนสกอร์เมาส์ขึ้น-ลงเท่านั้น



ใน Metro UI ผู้ใช้สามารถจัดหน้าต่าง กลุ่มของแอปฯ หรือเรียกแถบการตั้งค่าขึ้นมาได้โดยการคลิกเมาส์ขวา




หน้าตา Control Panel แบบใหม่บน Metro UI จะครอบคลุมการใช้งานบนแท็บเล็ตได้อย่างดีเยี่ยม


**สำหรับบทที่ 1 นี้ทางทีมงานจะยังไม่ขอลงรายละเอียดของแอปฯ แต่ละตัว ซึ่งทางทีมงานลงรายละเอียดของแอปฯ ต่างๆ ใน Metro UI ในบทต่อไป**

แต่ทั้งนี้ใช่ว่าใน Windows 8 จะมีเพียง Metro UI มาให้อย่างเดียว เพราะทางไมโครซอฟท์ได้ใส่หน้า Desktop UI แบบดั้งเดิมมาให้ด้วย โดยในเวอร์ชัน Developer Preview จะเห็นว่า Desktop UI ไม่มีส่วนที่แตกต่างจาก UI เดิมใน Windows 7 แต่จะมีการปรับเปลี่ยนก็เพียงแค่ปุ่ม Start และความสามารถบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น

Desktop UI กับการเปลี่ยนแปลง

Start แบบใหม่



เป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ Windows 8 ต้องปรับตัวมากที่สุดเพราะการกด Start ใน Windows 8 จะเด้งเข้าสู่หน้า Metro UI ทันที โดยสำหรับรายละเอียดแถบ Start แบบใหม่ จะประกอบด้วยส่วนของ Search ไว้สำหรับค้นหาแอปฯ ข้อความ ไฟล์เอกสารที่อยู่ในเครื่องของเราหรือผ่านเว็บไซต์ ถัดมาในส่วนของ Share สำหรับไว้ใช้แบ่งปันแอปฯ แนะนำแอปฯ หรือข้อความไปยังเครือข่ายสังคมหรือแบ่งปันให้ User อื่นในระบบ ต่อมาที่ Device จะเป็นการดูอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เราเชื่อมต่ออยู่ในปัจจุบัน และสุดท้าย Settings เมื่อกดลงไปแล้วจะมีหน้าตาเหมือนรูปประกอบด้านล่าง


โดยในส่วนของ Settings จากรูปร่างหน้าตา จะเห็นว่าไมโครซอฟท์พยายามออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกับแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสได้ดี โดยสังเกตเห็นว่าไอคอนที่ปรากฏบนหน้า Settings ก็มีบรรจุอยู่ที่หน้า Desktop UI อยู่แล้ว แต่สำหรับหน้า Settings ไอคอนเหล่านั้นจะถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งถ้าใครใช้หน้าจอสัมผัสก็จะกดใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก

ผนวก Metro UI ร่วมกับ Desktop UI ได้



สำหรับคนที่จำเป็นต้องพิมพ์งานหรือใช้งานโปรแกรมบนหน้า Desktop UI แล้วอยากจะใช้แอปฯ จาก Metro UI ให้แสดงในหน้าเดียวกัน ก็สามารถทำได้ ด้วยเทคนิคแบ่งหน้าจอ โดยวิธีการคือ ให้เปิดหน้า Desktop UI กับแอปฯ ที่ต้องการจาก Metro UI ขึ้นมา จากนั้นนำพอยเตอร์เมาส์ไปชี้ที่ขอบจอ จะมีหน้าต่างขนาดเล็กของแอปฯ จาก Metro UI ปรากฏขึ้น จากนั้นให้ผู้ใช้กดเมาส์ซ้ายข้างไว้และลากหน้าต่างแอปฯ ดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ดังตัวอย่างในรูปประกอบด้านบนก็เป็นอันเสร็จสิ้น

Windows Explorer รูปแบบใหม่เพื่อแท็บเล็ต




Windows Explorer รูปแบบเก่าใน Windows 7


Windows Explorer รูปแบบใหม่ใน Windows 8 Developer Preview


หาบทความดี ๆ มาเผยแพร่ให้ได้ศึกษากัน windows 8 สวยใส ว่องไวกว่าเดิม
ที่มาจาก: http://board.postjung.com/572248.htmlv