เปิดร้านค้าออนไลน์กันเถอะค่ะ ^&^


เปิดร้านค้าออนไลน์กันเถอะค่ะ ^&^
บล็อกก่อนหน้านี้ได้ทำการอธิบายเกี่ยวกับสินค้าที่ขายดีบนอินเทอร์เน็ต คิดว่าตอนนี้คงได้สินค้าที่อยากจะขายกันแล้วใช่ไหมค่ะ วันนี้ Khonoffice จะพาไปเปิดร้านค้าออนไลน์กัน โดยที่เราจะเปิดกับเว็บไซต์ weloveshopping ซึ่งเป็นเว็บ shopping online อันดับหนึ่งเลยค่ะ การทำงานก็ง่ายแสนง่าย สมัครสมาชิกก็สามารถเปิดร้านค้าได้แล้วค่ะ

1.เข้าไปที่ลิงค์นี้เลยค่ะ http://www.weloveshopping.com/portal/sso/registerform.php



ใส่ข้อมูลง่าย ๆ กรอกข้อมูลตามความจริง เพื่อประโยชน์ของร้านค้าท่านเอง อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหน้าม้าให้ เว็บไซต์ weloveshopping น่ะค่ะ khonoffice เป็นเพียงสื่อกลาง แนะนำให้เท่านั้นค่ะ แล้วการเปิดร้านค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียวก็ไม่ครบองค์ประกอบน่ะค่ะ ยังต้องมีการทำ การตลาดแบบครบวงจร เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายอีกค่ะ

การทำโฆษณา Facebook Adwords

การทำโฆษณา Facebook Adwords

Facebook Adwords
1. ไปที่ด้านล่างของหน้า Page Facebook แล้วคลิก โฆษณา
2.
คลิกสร้างโมฆณา

Details:
1. Design Your Advertising -Destination: External URL
-URL: ใส่ลิงค์หน้าที่ต้องการให้คลิกโฆษณาไปหา
-หัวเรื่อง: ชื่อโฆษณาไม่เกิน 25 ตัวอักษร
-ส่วนของข้อความ: ข้อความโฆษณาไม่เกิน 135 ตัวอักษร
-รูปภาพ: รูปภาพที่ใช้ในโฆษณา


2.กลุ่มเป้าหมาย                
2.1 สถานที่                                
- ประเทศ: ใส่ชื่อประเทศที่ต้องการให้แสดงโฆษณา
      Option: ทุกที เมืองที่อาศัย
2.2 สถิติประชากร                                
- อายุ : เลือกช่วงอายุที่ต้องการให้เห็นโฆษณา                                 - เพศ : ทั้งหมด ชาย หญิง
2.3 Interests - Precise Interests: 2.4 Advanced Demographics (Set target advanced)
    
- มีความสนใจเรื่อง: ทั้งหมด ชาย       
   
    - ความสัมพันธ์: ทั้งหมด โสด หย่าร้าง
       
In a relationship แต่งงาน
  
  - ภาษา: ภาษาที่ผู้ใช้ได้ลงทะเบียนไว้จะเห็นโฆษณานี้ สมัยนี้คนไทยเก่ง สามารถใช้ได้ภาษาไทย อังกฤษ เกาหลี จีน
2.5 การศึกษา และการทำงาน
    
- การศึกษา: ทั้งหมด จบวิทยา ในวิทยาลัย มัธยมปลาย
   
 
-การทำงาน : ใส่ชื่อบริษัทและองค์กร

3. แคมเปญ,การกำหนดราคาและเวลา
3.1 สกุลเงิน: เลือกสกุลเงิน
3.2 แคมเปญและงบประมาณ:
- ชื่อแคมเปญเนม: ใส่ชื่อแคมเปญ
- งบประมาณ: งบประมาณที่ใช้ใน 1 วัน
3.3 ตารางแคมเปญ :
- เริ่มแคมเปญวันนี้
- เริ่มแคมเปญวันที่กำหนด
3.4 ราคา
 - CPM หรือการจ่ายต่อจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผลครบ1,000ครั้ง - CPC (cost per click) หรือการจ่ายต่อคลิก
3.5 Max Bid (ใช้สกุลเงินเดียวกับสกุลเงินแคมเปญ) - เลือก (CPM),และใช้สกุลเงิน
Max Bid (USD) เป็นราคาที่พร้อมจะจ่าย เมื่อโฆษณา 1000 ครั้ง (min 0.02 USD)
Suggested Bid: 0.05 – 0.10 USD
**วิธีคำนวณค่า max bid (0.10+0.05)/2= 0.075 โดยการ นำเอาค่าทั้งสองอันมาบวกกันแล้วหาร 2
 - เลือก (CPC) และเลือกสกุลเงิน Max Bid (USD) เป็นราคาที่จะจ่ายเมื่อมีคนเข้ามาคลิก (min0.01USD)                                
Suggested Bid: 0.12 – 0.23 USD
**วิธีคำนวณค่า max bid (0.12+0.23)/2= 0.175 โดยการ นำเอาค่าทั้งสองอันมาบวกกันแล้วหาร 2

ข้อมูล Targeted ที่เราเลือก
เป็นยังไงกันบ้างค่ะ พอจะเข้าใจการทำ Facebook Adwords กันหรือเปล่า หากมีข้อสงสัยก็ฝากคำถามไว้ได้น่ะค่ะ เดี๋ยวจะตอบไขข้อข้องใจให้ค่ะ

มาทำกรอบตาราง 2 สีกันเถอะ

บางทีเราก็อยากสร้างสีสันให้กับขอบตารางบ้างอ่ะ ^&^ วันนี้เรามาทำขอบตารางให้เป็นสองสีกันดีกว่า


ผลลัพธ์ที่ได้ก็ตามภาพเลยจ้าา เป็นยังไงกันบ้าง ง่าย ๆ เลยใช่ไหม ^&^ เอาแบบซอฟต์ ๆ กันไปก่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวจะจัดให้เรื่อย ๆ ค่ะ

มาดูอันดับของเว็บไซต์ในประเทศไทยกัน


Alexa Rank Truehits Rank
google.co.th sanook.com
facebook.com mthai.com
google.com kapook.com
youtube.com dek-d.com
live.com manager.co.th
yahoo.com teenee.com
sanook.com exteen.com
blogspot.com playpark.com
pantip.com siamha.com
msn.com siamzone.com
wikipedia.org
mthai.com
amazon.com
kapook.com
manager.co.th
4shared.com
twitter.com
hi5.com
thaiseoboard.com
mediafire.com
dek-d.com
wordpress.com
weloveshopping.com
truelife.com
bloggang.com
truehits เป็นเว็บที่ใช้เก็บสถิติการเยี่ยมชมของเว็บในประเทศไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม จึงแสดงแต่ชื่อเว็บของไทยเพียงอย่างเดียว

Alexa แสดงชื่อเว็บต่างประเทศที่คนไทยใช้ด้วย
1. google ติดทั้งอันดับ 1 และ 3 ... ช่วยตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของเว็บค้นหาข้อมูลในไทยได้อย่างดี นั่นย่อมหมายความว่า การซื้อโฆษณา adword จาก google ยังจัดเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการขายสินค้าและบริการออนไลน์ของคนไทยอยู่
2. เว็บไทยที่ติด 1 ใน 25 ของ Alexa และมาติด 1 ใน 5 ของ truehits ด้วย ก็มี sanook, mthai, kapook, dek-d, และ manager.co.th ...  แต่เจ้า dek-d กับ manager.co.th นั้นดันสลับตำแหน่งสูงต่ำกันซะอย่างนั้น อันนี้เป็นตัวบอกได้ชัดเลยว่า การวัด traffic ของเว็บจริงๆ นั้น ยังไม่สามารถทำให้สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ได้ คราวนี้ถ้าเราจะไปซื้อโฆษณาตามหน้าเว็บพวกนั้น ก็ต้องมาคิดกัน ว่าเราจะให้ความสำคัญกับ rank ของ alexa หรือ truehits มากกว่ากัน (แต่จริงๆ ผมว่ามันก็แพงทั้งคู่)
ถ้าเราสามารถนำลิงค์ของเรามาวางไว้ที่เว็บ top 25, top 10 เหล่านี้ จะนับว่าเป็นการสร้าง backlink ที่ดีเลย ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่ม traffic ให้กับเว็บของเราอย่างมากแน่นอน และน่าจะช่วยทำให้เราไต่อันดับในหน้าการค้นหาของ google ได้อีกด้วย .... แต่ว่า เราจะทำได้อย่างไร??
ง่ายๆ เลยนะ dek-d.com นี่แหละที่น่าสนใจ เพราะมีหน้าเว็บที่เปิดให้เขียนนิยาย บทความอยู่ฟรี ... แต่ถ้าไม่สนด้านนี้ จะเปลี่ยนมาเขียนแบ่งปันประสบการณ์หรือพวก know how ใน bloggang ของพันทิป (อันดับ 25 ใน alexa) ก็ได้นะครับ ... ถ้าไม่ถนัดการเขียนจริงๆ ก็อาจจะต้องใช้แรงหน่อย ก็คือต้องมาโพสต์ขายสินค้ากันที่ sanook.com นั่นแหละ (แต่อันนี้ต้องเข้ามาเพิ่มและอัพเดตบ่อยมากๆ)
แต่เว็บเขียนบล็อกตัวที่สนใจจริงๆ กับเป็นเจ้า blogspot เพราะแม้ว่าจะเป็นเว็บภาษาอังกฤษ มันกลับติดอันดับ 8 เว็บยอดนิยมของคนไทยที่จัดอันดับโดย Alexa (และก็ติดอันดับเจ๋งๆ ในระดับโลกด้วย) ซึ่งก็แน่นอน เพราะมันเป็นบล็อกของ google ไง แถมยังยอมให้เราติด adsense หรือจะทำ affiliate ขายสินค้าให้กับ amazon ก็มี tool ให้ใช้ง่ายๆ ... ดังนั้น ถ้าจะขายสินค้าให้ต่างชาติผ่านบล็อกเลือกเจ้า blogspot.com แน่นอน
อันที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือ มีเว็บบริการร้านค้าออนไลน์ของไทยติดอันดับ top 25 ของ alexa อยู่ตัวเดียว นั่นคือ weloveshopping นั่นเอง  จึงเป็นไปได้ว่าเว็บร้านค้าออนไลน์อันอื่นอาจอยู่ในอันดับต่ำลงไปไม่มากนัก ดังนั้น ถ้าจะเป็นเจ้าของร้านที่อยากเปิดขายสินค้าออนไลน์ ก็คงลองพิจารณาเปิดร้านกับ weloveshopping ดูก่อนใคร แต่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการไหมนั้น ไม่แน่ใจ เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น บริการ ราคา ฟังก์ชัน ฯลฯ


อย่างไรก็ตาม การทราบอันดับคร่าวๆ ของเว็บก็น่าจะช่วยผู้ใช้อย่างเราๆ ได้พอสมควร เช่น การเลือกเว็บไซต์ที่โพสต์โฆษณาสินค้า หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ
จาก... exitcorner.com

เปิดร้านค้าออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง??


1. เตรียมสินค้าที่จะขาย รายละเอียดให้เรียบร้อย
2. มีเว็บไซต์สำหรับขายของหรือ เปิดร้านกับเว็บไซต์ต่าง ๆ  
            
        หากต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ต้องเตรียมการจดโดเมนและโฮสติ้ง วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำเว็บไซต์นั้นคือ ใช้ร้านค้าสำเร็จรูปในการจัดการหน้าร้าน ซึ่งเราสามารถเพิ่มสินค้าจัดหมวดหมู่ ใส่รูปภาพ หรือจัดการเว็บบอร์ด ซึ่งในตอนนี้มี CMS ฟรี ๆ มากมายที่สามารถตอบสนองตรงจุดนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ
        
  3. ทำการตลาดแบบง่าย ๆ เช่น โพสต์ตามเว็บบอร์ดฟรี แต่ถ้ามีงบประมาณมากพอก็สามารถทำ Google Keywords หรือ Facebook Advertise

จากข้อมูลข้างต้นก็ยังไม่สามารถทำให้เราสามารถขายสินค้าได้มากพอ เพราะหากเราเลือกสินค้าที่มีขายกันทั่วไป อย่างเช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า แฟชั่น ก็ต้องใช้การแข่งขันที่สูงขึ้น  ซึ่งหากมีความรู้ในตัวสินค้า แต่ไม่มีความรู้ทางการตลาดก็อาจไม่สามารถตอบสนองยอดขายที่โดดเด่นได้เลยค่ะ